หยุดวงจรตัวร้าย! เคล็ดลับดูแลสุนัขให้พ้นจาก "เห็บ-หมัด" ตัวทำลายความสุข

เจ้าของสุนัขทุกคนคงทราบดีว่า ไม่มีอะไรน่าปวดหัวไปกว่าการเห็นเจ้าตูบที่เรารักต้องคอยเกา คอยกัดตัวเองเพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญอย่าง "เห็บและหมัด" มาอาศัยอยู่บนตัว แต่รู้ไหมครับว่าปัญหาพวกนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรำคาญใจ แต่มันคือภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพน้องหมาได้มากกว่าที่คิด
วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีป้องกันและกำจัดเจ้าพวกนี้ให้สิ้นซากกันครับ
ทำไมเห็บหมัดถึงน่ากลัวกว่าที่เห็น?
เห็บและหมัดไม่ได้มาเพื่อดูดเลือดเพียงอย่างเดียว แต่พวกมันยังเป็นพาหะนำโรคร้ายมาสู่สุนัขด้วย:
โรคพยาธิเม็ดเลือด: สาเหตุหลักที่ทำให้น้องหมาเกล็ดเลือดต่ำ เลือดจาง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตหากรักษาไม่ทัน
โรคผิวหนังอักเสบ: อาการแพ้น้ำลายหมัดทำให้คันอย่างรุนแรง ผิวหนังแดง และติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
พยาธิตัวตืด: หมัดเป็นพาหะของพยาธิตัวตืด หากสุนัขเลียตัวแล้วเผลอกินหมัดเข้าไป ก็จะติดพยาธิในทางเดินอาหารได้
3 สเต็ป สยบเห็บหมัดให้อยู่หมัด
1. การป้องกันที่ตัวสุนัข (สำคัญที่สุด!)
ในปัจจุบันมีนวัตกรรมป้องกันเห็บหมัดให้เลือกใช้ตามความสะดวกและไลฟ์สไตล์ครับ:
แบบกิน (Chewable): เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะคุมได้นาน (1-3 เดือน) และครอบคลุมทั้งเห็บ หมัด และพยาธิบางชนิด
แบบหยดหลัง (Spot-on): ใช้ง่าย เพียงหยดบริเวณต้นคอที่สุนัขเลียไม่ถึง
แบบปลอกคอ: เหมาะสำหรับสุนัขที่ชอบออกนอกบ้านบ่อยๆ ช่วยไล่แมลงและเห็บหมัดได้นานหลายเดือน
2. ดูแลสุขอนามัยและการทำความสะอาด
แปรงขนทุกวัน: เป็นการตรวจเช็กไปในตัวว่ามีตุ่มหรือตัวเห็บเกาะอยู่ตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะตามง่ามเท้าและใบหู
อาบน้ำด้วยแชมพูกำจัดเห็บหมัด: ช่วยกำจัดตัวที่เกาะอยู่แบบชั่วคราว แต่ควรทำควบคู่ไปกับยาป้องกันหลัก
3. จัดการ "สิ่งแวดล้อม" อย่าให้เป็นแหล่งกบดาน
รู้หรือไม่? เห็บหมัดที่เราเห็นบนตัวสุนัขเป็นแค่ 5% เท่านั้น ส่วนอีก 95% คือไข่และตัวอ่อนที่ซ่อนอยู่ในบ้านและสนามหญ้า!
ซักที่นอน: นำผ้าปูที่นอนหรือเบาะนอนของน้องหมาไปซักด้วยน้ำร้อน
ทำความสะอาดบ้าน: ดูดฝุ่นตามซอกพื้น และพ่นยากำจัดเห็บหมัดตามกำแพงหรือสนามหญ้าสม่ำเสมอ
ข้อควรระวัง: อย่าหาทำ!
"ห้ามบีบเห็บให้แตกเด็ดขาด!" > เพราะในตัวเห็บตัวเมียอาจมีไข่นับพันฟอง การบีบจะทำให้ไข่กระจายตัวหรือเชื้อโรคแพร่กระจายได้ แนะนำให้คีบออกมาแล้วแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์แทนครับ
สรุป
การดูแลเรื่องเห็บหมัดไม่ใช่การทำครั้งเดียวจบ แต่คือการ "ทำอย่างต่อเนื่อง" ตลอดทั้งปีเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เพียงแค่นี้น้องหมาของคุณก็จะร่าเริง สุขภาพดี และไม่ต้องทนทุกข์กับอาการคันอีกต่อไป